วันพฤหัสบดีที่ 13 กันยายน พ.ศ. 2555

3+5กลยุทธ์ปั้นแบรนด์ให้รอดพ้นยุควิกฤต


กลยุทธ์การสื่อสารการตลาดแบบผสมผสาน IMC (Integrated Marketing Communication) ธีรพันธ์ โล่ห์ทองคำ แนะมุมมองและแนวทางบริหารให้แบรนด์ประสบความสำเร็จและรอดพ้นวิกฤตกับ 3 กรอบคิด และ 5 กลยุทธ์เด่นสำหรับสร้างแบรนด์ในปีนี้

ในฐานะนักกลยุทธ์ด้านแบรนด์และ IMC ธีรพันธ์ โล่ห์ทองคำ กล่าวกับ ผู้จัดการ 360 องศารายสัปดาห์” ว่า กลยุทธ์ที่เป็น 3 กรอบใหญ่เข้ายุคการแข่งขันในปีนี้ คือ

1.The Alignment of Marketing and Sales เป็นการจับทางด้านการตลาด และการขายมาพิจารณาร่วมกันมากขึ้น สาเหตุเพราะปีที่ผ่านมา มีการบริหารจัดการแยกกันระหว่างการตลาด และการขาย ประกอบกับภาวะเศรษฐกิจโลกมีปัญหาทั้งในแง่ของฝั่งอเมริกาและเศรษฐกิจในประเทศมีปัญหาวิกฤตจากมหาอุทกภัย รวมถึงการเมืองเข้ามาเป็นปัจจัยในการขับเคลื่อน ทำให้การใช้งบประมาณการตลาดต้องคำนึงในแง่ของการขายเข้ามาผสมผสานด้วย เรียกได้ว่า ต้องบูรณาการทั้ง 2 ส่วนเข้าด้วยกันมากขึ้น

2.New Web technology หมายถึง การใช้กลยุทธ์แบบไอที บวกกับการพิจารณาเรื่องของพื้นที่ย่อยๆ มากขึ้น โดยใช้คลื่นเทคโนโลยีใหม่ที่มีความเหมาะสมกับพื้นที่การทำการตลาดแบบแยกตามgeo-location

3.Personalization and socialization เป็นการพิจารณาร่วมกันในความเป็นปัจเจกบุคคล ความเป็นส่วนตัว ผนวกกับการเป็นสังคมของกลุ่มเป้าหมาย โดยนำทั้ง 2 มาผนวกกันเพื่อการใช้ multi-channel tactics คือกลวิธีที่ใช้ช่องทางแบบหลากหลายช่องทางมากขึ้น

ทั้งนี้ กรอบทั้ง 3 จะเป็นแนวทางสำหรับการพิจารณา กลยุทธ์การตลาด ในปี 2555 โดยกลยุทธ์ที่กำลังมาแรงในปีนี้ ยังเป็นเรื่องกลยุทธ์การสร้างแบรนด์ที่ยังมีความสำคัญมาก และนักการตลาดปีนี้จะต้องให้ความสำคัญกับแบรนด์ที่ครบ 5 มิติ ซึ่งจะเป็น 5 กลยุทธ์การตลาด ที่โดดเด่นในปีนี้

1.Brand Experience ในแง่ของประสบการณ์ที่ลูกค้าต้องมีกับแบรนด์ 2.Brand Community การสร้างชุมชนของแบรนด์ กรณีทรูชอป เป็นตัวอย่างที่มีอยู่ในปัจจุบัน หรือการสร้างวัฒนธรรมองค์กรของแบรนด์ 3.Brand Communication 4.Brand Innovation นวัตกรรมที่เกี่ยวข้องกับแบรนด์จะต้องมีสิ่งใหม่ๆ ออกมานำเสนอกับกลุ่มลูกค้าทั้งในแง่ของตัวสินค้าหรือการบริการ อาทิ การสร้างความสะดวกบริการใหม่ชำระเงินผ่านโทรศัพท์มือถือ

2.Corporate Social Responsibility : CSR เพราะกระแสตลาดในปี 2012 จะต้องดำเนินธุรกิจโดยใส่ใจต่อโลก-สังคม-สิ่งแวดล้อม เพื่อให้โลกมีสภาพแวดล้อมที่น่าอยู่มากขึ้น ซึ่งเป็นการต่อยอดมาจากปี 2554 โดยดำเนินกลยุทธ์ 2 กรณีคือ CSR After process กิจกรรมเพื่อสังคม

หลังจากที่ธุรกิจดำเนินการไปแล้วอยากจะคืนให้กับสังคมในภายหลัง หรือ CSR in process ธุรกิจเพื่อสังคม การทำ CSR ที่อยู่ในกระบวนการของการบริหารจัดการธุรกิจ ในจุดนี้จะไปตอบรับกระแสกลยุทธ์สมัยใหม่ Green Ocean ที่กำลังมาแรง ซึ่งในระยะแรก ส่วนใหญ่จะเป็นการทำกลยุทธ์ After process ทั้งนี้ปัจจุบันอาจจะให้ธุรกิจมองในแง่ของ in process มากขึ้น

3.Right-Time or Real-Time Multi-channel Marketing การตลาดผ่านสื่อสมัยใหม่ ทั้ง อินเทอร์เน็ตเฟซบุ๊กทวิตเตอร์ไอโฟนไอแพด,โทรศัพท์มือถือ กรณีเช่น หลังจากทางไปห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งแล้วมีคอนเทนต์แนะนำเกี่ยวกับร้านค้า ร้านอาหารและภาพยนตร์ที่กำลังฉายอยู่ในสถานที่นั้นเข้ามาในโทรศัพท์มือถือ สอดคล้องกับสิ่งที่ลูกค้าต้องการในขณะนั้น ซึ่งหมายความว่าธุรกิจมีการบริหารจัดการข้อมูลเข้าถึงลูกค้าอย่างเป็นระบบ

4.Co-Marketing โดยเป็นการมองหากลุ่มพันธมิตรเพื่อที่จะทำการตลาดร่วมกับสินค้าที่มีกลุ่มเป้าหมายลูกค้า และไลฟ์สไตล์ที่เหมือนกัน แต่มีสินค้าที่นำเสนอต่างกัน โดยทั้ง 2 ส่วนจับมือร่วมกันทำแคมเปญการตลาด ทั้งนี้เพื่อลดต้นทุนของการดำเนินธุรกิจ เพราะว่ากระแสอุทกภัยและวิกฤตเศรษฐกิจ ทั้งที่ขับเคลื่อนเป็นภาพใหญ่ระดับโลก และกระแสระดับประเทศทำให้การใช้งบประมาณเป็นไปอย่างระมัดระวังมากขึ้น

5.Geo-targeting and localized Marketing กลยุทธ์การตลาด ที่คำนึงถึงลูกค้าทั้ง 2 ส่วน คือ Customer and Distribution Segmentation มีการแบ่งกลุ่มเป้าหมายของการขายและกระจายสินค้าตามพื้นที่ โดยปรับการขายสินค้าเป็นแมสมาเป็นการเจาะลึกลงพื้นที่ เพราะตลาดส่วนนั้น Distributor จะมีความชำนาญและเข้าใจในความต้องการของลูกค้าอย่างลึกซึ้ง อาทิ คนภาคอีสานและภาคเหนือมีความต้องการที่มีความแตกต่างกัน ซึ่งจะทำให้ได้ประสิทธิภาพในการบริหารจัดการตลาดที่ดีขึ้น

ดังนั้น นัก กลยุทธ์การตลาด พยายามจะใช้ประโยชน์จากความชำนาญและความแตกต่างในพื้นที่มาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อการบริหารการตลาดในปี 2555 นี้

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น